ความจริงแล้ว มันกำเนิดขึ้นครั้งแรกในรูปแบบของเพลง
เป็นเพลงที่เราแต่งส่งประกวดเพลงประเภทรักษ์โลก
(เค้าให้เลือกรักเมืองไทยหรือรักษ์โลก แต่คิดอันนี้ได้เลยเอารักษ์โลก)
กำลังรอลุ้นผลอยู่...
เพลงชื่อว่า "ความฝันของผีเสื้อ [Butterfly Effect]"
เป็นการเอาแนวคิดของ Butterfly Effect กับประโยค
"เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว"
มามองในอีกแง่มุมหนึ่งผ่านเรื่องราวของผีเสื้อแม่ลูกในเมืองใหญ่

เลยถอดเอาเนื้อหาของเพลงมาลองเล่าในแบบของนิทานดู
เอามาแบ่งปันให้อ่านกันเล่นๆนะ :)
(แล้วคราวหน้าจะเอา Version เพลงมาลงบ้างนะ)

 

~ นิทานความฝันของผีเสื้อ ~



ณ เมืองใหญ่ มองไปทางใดก็พบเห็นแต่กล่องหินขนาดใหญ่เรียงราย
สายลมที่พัดเหวียงไปเป็นระรอก
ล้วนเกิดจากแรงของวัตถุเหล็กที่วิ่งผ่านไปมาอย่างแน่นขนัด
ผีเสื้อน้อยผู้ซึ่งตื่นจากการหลับใหลอันยาวนานในช่วงหนึ่งของชีวิต กับแม่ของเขา
กำลังโบยบินอยู่ในโลกอันกว้างใหญ่
ที่หนาแน่นไปด้วยสิ่งสร้างอันไร้ซึ่งความจำเป็นต่อชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง

สิ่งที่เขากำลังมองหา เป็นอะไรที่แสนจะธรรมดาสำหรับโลกใบนี้
หากแต่ในวันนี้กลับเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง
เจ้าน้ำหอมหวานจากเกสรดอกไม้

อยู่ไหนกันนะ ...เจ้ากลีบบาน...

อากาศรอบกายร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ
แข่งกับความเหนื่อยล้าของปีกบางๆที่ทวีมากขึ้นอย่างไม่ปราณี
ทำไมหนอ เจ้าหมู่แมกไม้จึงหาได้ยากยิ่ง
ทำไมหนอ ฉันขอเพียงไม้ดอกเล็กๆเพื่อหล่อเลี้ยง
ทำไมหนอ โลกนี้คงไม่ต้อนรับฉันที่อุตส่าห์ได้เกิดมา
ทำไมหนอ...

“แม่จ๋า”
“อะไรลูก”
“ทำไมโลกถึงได้โหดร้ายจัง เราแค่อยากอิ่มท้องเพื่อความอยู่รอด
ทำไมต้นไม้ดอกไม้ถึงหาได้ยากนัก?”

แม่ผีเสื้อยิ้มอย่างอ่อนโยน ก่อนจะบอกเล่าเรื่องราวที่เธอได้ฟังมาจากรุ่นแล้วรุ่นเล่า
...เรื่องราวคำกล่าวขานของวันวานที่หายไป...
“ไม่ใช่ว่าโลกนี้โหดร้ายกับเราหรอกจ้ะ แม่เคยได้ยินเขาเล่ามาว่า
เมื่อก่อนโลกใบนี้เคยสวยงามสดใส แต่โดนทำร้ายโดยผู้คน”

“มนุษย์น่ะเหรอ?”

ตัดต้นไม้ปลูกเมือง สิ้นเปลืองใช้ทรัพยากรธรรมชาติแต่กลับไม่คิดแม้แต่จะรักษา
แม่เคยได้ยินเขากล่าวเอาไว้ว่า
               – เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว -
การที่มนุษย์พร้อมใจกันทำร้ายธรรมชาติอย่างหนักขนาดนี้
ไม่แปลกหรอกจ้ะ ที่โลกเราจะทั้งร้อน ทั้งเต็มไปด้วยมลพิษอย่างนี้”

เบื้องหน้าของผีเสื้อทั้งสอง ในที่สุดก็พบกับพุ่มดอกไม้แห่งความหวัง
สองแม่ลูกต่างรีบเข้าไปดื่มดอมน้ำหวานจากเหล่าเกสร
ลูกผีเสื้อขณะดื่มน้ำหวานก็ครุ่นคิดถึงสิ่งที่แม่ของตนเล่าให้ฟัง

มนุษย์ทำร้ายธรรมชาติ ทำให้โลกกลายเป็นแบบนี้…
เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาว ??
ลูกผีเสื้อมองดอกไม้ที่อยู่รอบๆ แล้วเขาก็คิดบางอย่างได้….ในมุมที่กลับกัน

“แค่เด็ดดอกไม้ดอกเดียวก็สะเทือนถึงดวงดาวแล้ว
ถ้าอย่างนั้น...
ผมที่เป็นผีเสื้อ สามารถช่วยทำให้เกสรของดอกไม้ได้ผสมพันธุ์กันจนเกิดเป็นดอกใหม่
ก็คงจะมีคุณค่ามากมายต่อโลกใบนี้
ผมจะทำ เพื่อที่สักวัน
ดอกไม้จะงอกงามเบ่งบานไปทั่วท้องจักรวาล”

ลูกผีเสื้อกล่าวด้วยแววตาที่เปล่งประกายไปด้วยความหวัง
แล้วเขาก็ไม่รอช้า
ช่วยนำพาเจ้าเกสรดอกไม้ไปผสมกัน
ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล

แม่ผีเสื้อไม่เอ่ยคำใด เฝ้ามองลูกผีเสื้อด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล

...ฝันว่าสักวัน ดอกไม้จะบานทั่วท้องจักรวาล...

--------------------------------------------------------

แล้วคุณล่ะ...อยากทำอะไรบ้างหรือเปล่า ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ขอให้ผีเสื้อบินเต็มฟ้า

#1 By wesong on 2008-05-14 22:35

ชอบที่คิดกลับไป...

อ่านแล้วเลยช่วยคิดต่อเล่นๆ แบบนิทานนี่ ลูกผีเสื้อน่าบินไปดวงดาวนะ...

(เรื่อยเปื่อยอย่าถือสานะ 5555)

ส่วนตัวชอบคิดเรื่อง butterfly effect บ่อยๆ
คิดว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ (ชื่อก็เพราะ)big smile

#2 By GPEN on 2008-05-15 00:41

ชอบจังbig smile

#3 By was_in on 2008-05-16 09:36